Uncategorized

ทรงสนพระทับในคำสอนของทุกอาจารย์

        และก็ในทำนองเดียวกัน เวลาพวกเราไปไหน ก็มักจะหิ้วเครื่องบันทึกเสียงไปด้วย พบพระอาจารย์องค์ไหนก็ตาม ต้องขอธรรมมะจากท่าน เมื่อท่านสอนเราก็บันทึกไว้ แล้วก็เอามาคัดกันดูว่า ม้วนไหนขององค์ใดควรถวาย ต่อจากนั้นก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย

ผมยังจำได้ว่า ครั้งหนึ่ง ผมได้แวะไปกราบท่านอาจารย์ชา มุภนฺโท วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ได้บันทึกคำสอนของท่านมายาวประมาณ
๔๐-๔๕ นาที เป็นเทศน์ที่ท่านให้โดยตรงมากับผม และนายหารอีกคนที่ไปด้วยกัน

เมื่อได้เทปคำสอนของพระอาจารย์ชามาแล้ว ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระเจ้าอยู่หัว ทรงฟังแล้วรับสั่งว่า เป็นเทปม้วนที่ดีที่สุดม้วนหนึ่ง

        บำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างสมบูรณ์

        พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงศึกษาสมาธิอย่างเดียว แต่ได้ทรงนำสมาธิไปใช้ในพระราชกรณียกิจด้วย เราจะสั่งเกตเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ท่โดยปกติแล้วอย่างพวกเราๆท่านๆไม่น่าจะทำได้ แต่พระองค์ทรงทำได้ อย่างานที่ต้องประทับเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันถึง ๒-๓ ชั่วโมง จะทรงปฏิบัติได้อย่างไม่น่าเชื่อ คือไม่ทรงมีอาการเหนื่อยหรือง่วงเลย แม้แต่น้อย ตลอดเวลาผมอยู่ในตำแหน่ง ๑๑ ปี ๑๑ เดือน ผมยังไม่เคยเห็นเลยว่า เวลาเสด็จพระราชดำเนินที่ใดแล้วะทรงแสดงอากาเหนื่อยจนถึงขนาดทรงนั่งหลับ…ไม่มี แม้จะเป็นการทรงงานทั้งวันก็ตาม

พระสมาธิกับพระราชกรณียกิจ

        ดังเรื่องที่จำได้ แลจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า เวลาเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เอง ผมได้เคยตามเสด็จ ทั้งในและนอกรถพระที่นั่งมาหลายต่อหลายครั้ง เป็นระยะทางใกล้และไกล ถนนเรียบบ้าง ขรุขระบ้าง ลุ่มดอนบ้าง ตามสภาพภูมิประเทศ บางครั้งเมื่อเสด็จถึงที่หมายแล้ว ทรงจอดรถพระที่นั่ง แล้วเสด็จฯลงไปประกอบพระราชกรณียกิจด้วยความตรากตรำพระวรกาย บางครั้งทรงพระราชดำเนินเป็นระยะทางไกล และเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขากลับนึกว่าจะทรงพักผ่อนพระวรกาย และให้นายสารถี ทำหน้าที่ขับรถพระที่นั่งถวายก็เปล่า กลับทรงขับเองอีก โดยไม่ทรงแดสงถึงอาการเหนื่อยหรือง่วง

วิธีที่ทรงใช้ในการปฏิบัติสมาธิ

   

     วิธีที่ทรงใช้ในการปฏิบัติสมาธิ

     เมื่อมีโอกาสจึงได้กราบทูลถาม
พระเจ้าอยู่หัวก็รับสั่งว่า….
ถ้าทำไม่ได้ ก็ให้ลองใช้วิธีนับ . . . และ . . . ทรงแนะนำว่า
หนึ่ง… เข้า  หนึ่ง… ออก  สอง… เข้า สอง… ออก

     ท่านบอกว่าการปฏิบัติกัมมัฏฐานของพระองค์ท่านก็ทรงทำเช่นนี้ ผมจึงทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้วิธีนี้

พระราชจริยาวัติในการปฏิบัติสมาธิ

      พระราชจริยาวัตร ในการปฏิบัติสมาธิภาวนาของพระเจ้าอยู่หัว นอกจากจะทรงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังทรงตั้งพระทัยศึกษาอยู่ตลอดเวลา
เวลาเสด็จพระราชดำเนินไปไหนก็ตาม มักจะเสด็จฯเข้าไปในวัด แล้วรับสั่งกับพระผู้ใหญ่เป็นเวลานานๆ… อย่างเช่นกับ….
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง
หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

       ทรงศึกษาสมาธิอย่างละเอียดลออ
การศึกษาสมาธิของพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงศึกษาย่างละเอียดลออจริงๆ เท่าที่ผมจำได้ในสมัยโน้น พระผู้ใหญ่ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษา พระองค์จะโปรดให้นิมนต์ให้เข้าไปในวัง เพื่อถวายกัมมัฏฐาน ที่เรารู้ๆกันอยู่ก็มี ท่านฤๅษีลิงดำ (พระราชพรหมญาณ)
พระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นต้น
ทรงบันทึกเทปคำสอนไว้พระราชทาน
คำสอนคำถวายกัมมัฏฐาน ของครูบาอาจารย์ทั้งหลาย พระองค์จะทรงบันทึกลงเทปไว้ คำเทศน์ คำสอนใด ที่ทรงเห็นว่าจะมีประโยชน์สำหรับพวกเราที่หักใหม่ทั้งหลาย ก็จะทรงพระกรุณาพระราชทานมาให้ และพวกเรามักจะได้รับพระราชทานเทปจากในหลวงเสมอ ผมจำได้ว่าที่เคยได้รับพระราชทานมา ก็มีขงพระสมเด็จพระสังฆราช ของท่านฤๅษีลิงดำ ของพระอาจารย์พุธ ฐานิโย เป็นต้น

พระบรมราโชวาท

 

พระราชดำรัสพระราชทาน เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๑๖

…พระพุทธศาสนา… ชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ ช่วยให้เกิดความเจริญร่มเย็นได้อย่างแท้จริง เพราะมีคำสอนที่มีลักษณะพิเศษ ประเสริฐ ในการที่อาศัยเหตุผลอันถูกต้องเที่ยงตรง ตามความเป็นจริงพื้นฐานและแสดงคำอธิบายที่ครบถ้วน ชัดเจน อันบุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองความ และหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อให้ควาทสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ ได้ความสามารถและอัธยาศัยของตนๆ จึงเป็นศาสนาที่เข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ และเป็นประโยชน์ได้แท้จริงแก่ทุกคน

 

สมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร

ครั้งแรกที่ทราบว่า… พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติธรรมนั้น คือผมเข้าไปอยู่ในวัง …ความจริง… ผมเข้าไปอยู่ในวังตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.๒๕๑๓ คือในปี ๒๕๑๐ ผมเริ่มข้าเผ้าทูลละอองธุลีพระบาทแต่ตอนนั้นยังปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกวัง ได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าเพื่อตามเสด็จ เวลาเสด็จ ไปเยี่ยมตำรวจทหาร เป็นบางครั้งบางคราว ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ผมจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น นายตำรวจราชสำนักประจำ …หมายความว่า… ได้เข้าไปอยู่ประจำหน้าที่ในราชสำนัก พอเข้าไปถึงจึงได้รู้ทันทีว่า พรเจ้าอยู่หัวทางปฏิบัติเจริญสมาธิอยู่เสมอ

 

ความสนใจในการปฏิบัติสมาธิ

ความจริงตัวผมเอง ก็มีความสนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิ มาก่อนหน้าที่จะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในวัง แต่ว่าไม่มีโอกาสปฏิบัติอย่างจริงจัง     ครั้งพอได้เข้าไปอยู่ในวัง เข้าไปได้เห็นว่า…. พระเจ้าอยู่หัวทางปฏิบัติ …และ… เห็นนายตำรวจ นายทหาร หลายๆท่าน ที่รับราชการอยุ่ใกล้กัน เขาปฏิบัติกัน เจริญรอยตามพระยุคลบาท พากันฝึกสมาธิอย่างขะมักเขมัน ผมจึงถือโอกาสลงมือปฏิบัติตาม

ทรงพระกรุณาแนะนำเรื่องสมาธิเสมอ

หลังจากที่พวกเราลงมือปฏิบัติกันแล้วเวลามีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละออกธุลีพระบาท พระเข้าอยู่หัวจะทรงกรุณารับสั่งเรื่องสมาธิกับพวกเราเสอม …และ… พระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกครั้ง ซึ่งผมก็ยังจำได้ และนำวิธีฝึกปฏิบัติของพระเจ้าอยู่หัว มาฝึกปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิของผมนั้นมีปัญหาว่าเมื่อตอนหัดใหม่ๆ ผมไม่มีครู ผมหัดจากหนังสือ และหนังสือที่ใช่เป็นหลัก คือ หนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ โดยใช้วิธีอานาปานสติ

สมาธิ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กระแสพระราชดำรัส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาอยุ่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งด้วยบุคคลจากทุกสถาบันในชาติตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอวยพร และการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพจ้าเป็นพิเศษ ทั้งรัฐบาลที่จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม

น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทส รวมทั้งที่พร้อมเพียงกันมาในวันนี้ น่าปลาบปลื้มใจมากเพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริงจึงขอขอบใจทุกๆ คน จิตใจที่เปี่ยวไปด้วยความปรารถนาดีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนทุกฝ่ายนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป้นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัมนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ประการแรก คือการที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตามุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน

ประการที่สอง คือการที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และกับประเทศชาติ

ประการที่สาม คือการที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริตในกฏกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน

ประการที่สี่ คือการที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกายในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้าขำอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดืสิทธิ์ในสากลจงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทยให้ปลอดพ้นจากภัยอันตรายทุกสิ่งและอำนวยความสุขความเจริญสวัสดีให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วหน้ากัน